
ความเชี่ยวชาญของเรา
BI และ MIS ทำให้การตัดสินใจทางธุรกิจเป็นเรื่องง่าย
เฟิร์สบิซโซลูชั่น มั่นใจในศักยภาพของทีมงานในการสร้างสรรค์และพัฒนาระบบงานสารสนเทศเพื่อการบริหารให้แก่ลูกค้าโดยใช้ Business Intelligence เป็นเครื่องมือในการทำให้ระบบเกิดขึ้นและใช้งานได้จริง เพื่อความสำเร็จอย่างมั่นคงและยั่งยืนของลูกค้า ซึ่งเปรียบเสมือนภาพสะท้อนความสำเร็จของเรา.
Business Intelligence คืออะไร ทำไมต้อง BI
BI ย่อมาจาก Business Intelligence หรือ ระบบธุรกิจอัจฉริยะคือระบบหรือกลุ่มซอฟท์แวร์ประเภทหนึ่ง ที่สร้างขึ้นจากความรู้ทางเทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการนำข้อมูลที่มีอยู่ไปจัดทำรายงานในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้เกิดมุมมองที่เหมาะสมในการวิเคราะห์ การแสดงความสัมพันธ์ของข้อมูล และการทำนายแนวโน้มของผลลัพธ์ที่เป็นไปได้ ให้ตรงตามความต้องการของผู้ใช้หรือองค์กรนั้นๆ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสนับสนุนการวางแผนกลยุทธทางธุรกิจในด้านต่างๆ เพื่อสร้างโอกาสในการแข่งขันทางธุรกิจในโลกยุคใหม่. รายละเอียดเพิ่มเติม...
Business Intelligence คืออะไร ทำไมต้อง BI
BI ย่อมาจาก Business Intelligence หรือ ระบบธุรกิจอัจฉริยะคือระบบหรือกลุ่มซอฟท์แวร์ประเภทหนึ่ง ที่สร้างขึ้นจากความรู้ทางเทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการนำข้อมูลที่มีอยู่ไปจัดทำรายงานในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้เกิดมุมมองที่เหมาะสมในการวิเคราะห์ การแสดงความสัมพันธ์ของข้อมูล และการทำนายแนวโน้มของผลลัพธ์ที่เป็นไปได้ ให้ตรงตามความต้องการของผู้ใช้หรือองค์กรนั้นๆ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสนับสนุนการวางแผนกลยุทธทางธุรกิจในด้านต่างๆ เพื่อสร้างโอกาสในการแข่งขันทางธุรกิจในโลกยุคใหม่. รายละเอียดเพิ่มเติม...
BI สามารถนำไปวิเคราะห์ข้อมูลสารสนเทศได้อย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์การดำเนินงานขององค์กร การวิเคราะห์เพื่อการวางแผนการขาย การวิเคราะห์เพื่อลดต้นทุนการผลิต หรือแม้แต่การวิเคราะห์ข้อมูลของคู่แข่งทางธุรกิจ เพื่อการตัดสินใจด้านการลงทุนของผู้บริหาร เป็นต้น.
ระบบธุรกิจอัจริยะประกอบด้วย ระบบข้อมูล และโปรแกรมคอมพิวเตอร์ด้านการวิเคราะห์หลากหลายระบบ เช่น:
BI เป็นโปรแกรมสมัยใหม่ที่มีศักยภาพสูงในการนำไปใช้เพื่อการวิเคราะห์ แต่สามารถใช้งานได้ง่าย โดยที่ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องมีความรู้ด้านฐานข้อมูลมาก่อน ก็สามารถสร้างรายงานได้หลายมุมมองตามต้องการ ช่วยให้การตัดสินใจในการดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างแม่นยำและรวดเร็ว ทั้งในเชิงกว้างและเชิงลึก อีกทั้งยังสามารถดึงข้อมูลจากระบบฐานข้อมูลต่างๆมาทำการวิเคราะห์ได้โดยไม่ต้องมีการเขียนโปรแกรมเพิ่มเติม. .ซ่อน
จากระบบสารสนเทศ สู่ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหาร
IS ย่อมาจาก Information System หรือ ระบบสารสนเทศคือระบบที่ประกอบไปด้วยทรัพยากรทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น ระบบคอมพิวเตอร์ ทั้งฮาร์ดแวร์ ซอพท์แวร์ และระบบเครือข่าย รวมไปถึงกลุ่มคนที่พัฒนาและใช้ระบบ ที่ร่วมอยู่ในกระบวนการ การเก็บรวบรวมและนำข้อมูลเข้าสู่ระบบเพื่อประมวลผลข้อมูลเหล่านั้น จนได้ผลลัพธ์เป็นข้อมูลสารสนเทศที่สามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ภายในองค์กรได้ .
MIS ย่อมาจาก Management Information System หรือ ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหาร คือระบบสารสนเทศที่มุ่งเน้นในการประมวลผลข้อมูลเพื่อการบริหารจัดการภายในองค์กร โดยผลิตข้อมูลสารสนเทศที่สามารถสนับสนุนการตัดสินใจในด้านต่างๆของผู้บริหาร ช่วยลดความเสี่ยง เพิ่มประสิทธิภาพ และเสริมศักยภาพของการดำเนินงานภายในองค์กร. รายละเอียดเพิ่มเติม...
ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหาร ต้องสามารถเก็บรวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่างๆทั้งจากภายในและภายนอกองค์กรไว้ได้อย่างเป็นระบบ และสามารถประมวลผลข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ได้ข้อมูลสารสนเทศที่สามารถสนับสนุนการปฏิบัติงานและการบริหารของผู้บริหารได้
ส่วนประกอบของระบบสารสนเทศเพื่อการบริหาร สามารถจำแนกได้เป็น 3 ส่วนดังนี้
1. เครื่องมือในการสร้างระบบสารสนเทศเพื่อการบริหาร โครงสร้างพื้นฐานของระบบมีดังนี้
1.1 ฐานข้อมูล (Data Base)
1.2 เครื่องมือ (Tools)
1.2.1 อุปกรณ์ (Hardware): ระบบคอมพิวเตอร์ ระบบเครือข่าย
1.2.2 ชุดคำสั่ง (Software): ซอฟท์แวร์ที่ทำหน้าที่รวบรวมและจัดการเก็บข้อมูลเพื่อใช้ในการบริหารงาน หรือการตัดสินใจ
2. วิธีการหรือขั้นตอนการประมวลผล
เพื่อให้ได้มาซึ่งผลลัพธ์ที่สามารถตอบโจทย์ตามความต้องการทางธุรกิจขององค์กรได้ ต้องมีการจัดลำดับการวางแผน และวิธีการประมวลผลที่ถูกต้อง.
3. การแสดงผลลัพธ์
ข้อมูลสารสนเทศหรือผลลัพธ์ที่ได้จะอยู่ในรูปแบบของรายงาน สามารถเลือกนำเสนอได้ในรูปแบบต่างๆ เช่น ตาราง กราฟ รูปภาพ หรือแม้แต่เสียง โดยคำนึงถึงลักษณะของข้อมูล และลักษณะของการนำไปใช้งาน. ซ่อน
สิ่งที่ต้องคำนึงถึงในการพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศเพื่อการบริหาร
1. ความสามารถในการจัดการข้อมูล (Data Manipulation)
การจัดการและการปรับปรุงแก้ไขข้อมูลสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ข้อมูลมีความทันสมัยและเหมาะสมกับการใช้งานอยู่เสมอ
2. ความปลอดภัยของข้อมูล (Data Security)
มีความสามารถในการป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลได้เป็นอย่างดี .
3. ความยืดหยุ่น (Flexibility)
มีศักยภาพในการปรับเปลี่ยนเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมในการดำเนินธุรกิจหรือสถาณการณ์การแข่งขันทางการค้าที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ระบบที่ดีต้อง
สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริหารได้อยู่เสมอ .
4. ความพึงพอใจของผู้ใช้ (User Satisfaction)
การพัฒนาระบบให้ตรงกับความต้องการทางธุรกิจ โดยคำนึงถึงผู้ใช้งาน ว่าสามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานภายในองค์กรได้ สามารถสร้าง
แรงจูงใจให้ผู้ใช้เห็นความสำคัญและใช้ระบบอย่างต่อเนื่อง ให้คุ้มค่ากับการลงทุน .
ประโยชน์ของระบบสารสนเทศเพื่อการบริหาร
1. ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงข้อมูลสารสนเทศที่ต้องการได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว ในรูปแบบที่เหมาะสม สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ในทันที
2. ช่วยให้ผู้ใช้สามารถกำหนดกลยุทธ์การวางแผนปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ.
3. ช่วยให้ผู้ใช้สามารถตรวจสอบและประเมินผลการดำเนินงาน หลังจากที่แผนงานถูกนำไปปฏิบัติได้.
4. ช่วยให้ผู้ใช้สามารถศึกษาและวิเคราะห์สาเหตุของปัญหาที่อาจเกิดขึ้น เมื่อการดำเนินงานไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้.
5. ช่วยให้ผู้ใช้สามารถวิเคราะห์ปัญหาหรืออุปสรรคที่อาจเกิดขึ้น เพื่อควบคุมและแก้ไขได้ทันท่วงที จนสามารถดำเนินงานต่อตามแผนงานและเป้าหมายที่กำหนดไว้.
6. ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการทำธุรกิจลง ทั้งในแง่ของแรงงานและเวลา ทำให้ศักยภาพในการแข่งขันสูงขึ้น.